ลากไฟล์เสียงหลายไฟล์มาต่อกันตามลำดับที่ต้องการ — ทำในเครื่องคุณเอง ไม่ต้องอัปโหลด
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต · เก็บประวัติงานของคุณให้อัตโนมัติ
boltสมัครฟรี — ใช้ได้ทันทีขึ้นกับว่าไฟล์ของคุณเข้าเงื่อนไขทางไหน ถ้าทุกไฟล์เป็น MP3 ที่ใช้ MPEG รุ่นเดียวกัน อัตราสุ่มเท่ากัน และจำนวนช่องเสียงเท่ากัน เครื่องมือจะต่อ “ที่ระดับไบต์” คือหยิบเฟรมเสียง มาเรียงต่อกันโดยไม่ถอดรหัสและไม่เข้ารหัสใหม่เลย คุณภาพจึงเท่าต้นฉบับทุกประการ แต่ถ้าค่าใดค่าหนึ่งไม่ตรงกัน หรือมีไฟล์ที่ไม่ใช่ MP3 ปนอยู่ จะต้องถอดรหัสทั้งชุดก่อน ขั้นตอนนี้เองไม่ได้ลดคุณภาพ (ผลลัพธ์เป็น WAV ซึ่งไม่บีบอัด) แต่คุณจะได้ไฟล์ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก หน้าเครื่องมือจะบอกล่วงหน้าเสมอว่ากำลังจะใช้ทางไหนและเพราะอะไร
เพราะเบราว์เซอร์ทุกตัวถอดรหัส MP3 ได้ แต่ “เข้ารหัสกลับเป็น MP3 ไม่ได้” เมื่อไฟล์ของคุณมีค่าเสียงไม่ตรงกันจนต่อไบต์ตรง ๆ ไม่ได้ เราจึงต้องถอดรหัสทุกไฟล์ให้มาอยู่ที่ อัตราสุ่มและจำนวนช่องเดียวกัน แล้วเขียนออกเป็น WAV ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวที่เบราว์เซอร์เขียนได้ โดยไม่สูญเสียคุณภาพ ถ้าคุณอยากได้ MP3 ให้แปลงไฟล์ทั้งหมดให้เป็น MP3 ค่าเดียวกันด้วยโปรแกรมบนเครื่องก่อน แล้วกลับมารวมที่นี่ ระบบจะสลับไปใช้ทางต่อไบต์ให้เองอัตโนมัติ
อาจมีความเงียบสั้น ๆ ประมาณ 25-50 มิลลิวินาที (ราวหนึ่งในยี่สิบวินาที) ที่ทุกจุดต่อ สาเหตุคือโปรแกรมที่สร้างไฟล์ MP3 จะใส่ความเงียบไว้ที่หัวและท้ายไฟล์เสมอตั้งแต่ตอนเข้ารหัส ซึ่งเป็นข้อจำกัดของรูปแบบไฟล์เอง ไม่ใช่ความผิดพลาดของการต่อ และลบออกไม่ได้ถ้าไม่เข้ารหัสไฟล์ใหม่ทั้งชุด สำหรับหนังสือเสียง เทศน์ พอดแคสต์ หรือเพลงทั่วไปแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ถ้าเป็นอัลบั้มแสดงสดหรือดีเจมิกซ์ที่ต้องต่อสนิทจริง ๆ ควรใช้โปรแกรมตัดต่อเสียงบนเครื่องแทน
ทางต่อไบต์ (ไฟล์ MP3 ที่ค่าตรงกันหมด) ไม่จำกัดความยาว เพราะเราอ่านไฟล์ทีละก้อนจากดิสก์ ไม่ได้โหลดทั้งไฟล์เข้าหน่วยความจำ หนังสือเสียงหลายชั่วโมงก็รวมได้ ส่วนทางที่ต้องถอดรหัสจะจำกัดที่ 20 นาทีต่อไฟล์ เพราะเสียงคุณภาพซีดีกินหน่วยความจำราว 21 MB ต่อนาที ถ้าเกินกว่านั้นแท็บมักถูกระบบปิดโดยไม่มีคำเตือน เครื่องมือจึงกันไว้ก่อนพร้อมบอกทางแก้ และรับได้สูงสุด 60 ไฟล์ต่อครั้ง ถ้ามีมากกว่านั้นให้รวมเป็นชุดย่อยก่อนแล้วค่อยเอาผลลัพธ์มารวมกันอีกรอบ