คิดตามบัญชีอัตราภาษีท้าย พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 — รย.1 ตามซีซี รย.2/รย.3 ตามน้ำหนัก
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต · เก็บประวัติงานของคุณให้อัตโนมัติ
boltสมัครฟรี — ใช้ได้ทันทีขึ้นอยู่กับว่าจดทะเบียนไว้เป็นประเภทอะไร ไม่ใช่รูปร่างรถ กระบะ 4 ประตูส่วนใหญ่จดเป็น รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งบัญชีอัตราภาษีท้าย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 (1) ให้คิดตามความจุกระบอกสูบ ส่วนกระบะตอนเดียวหรือแคปที่จดเป็น รย.3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จึงจะคิดตามน้ำหนักตามบัญชี (10) ดูให้ชัดจากใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หน้าแรก ช่องประเภท เพราะถ้าเป็น รย.1 แล้วไปคิดตามน้ำหนัก ตัวเลขจะต่ำกว่าความจริงหลายเท่า เช่น กระบะ 2,400 ซีซี จ่ายจริง 4,500 บาท แต่ถ้าคิดตามน้ำหนัก 1,900 กก. จะได้แค่ 1,350 บาท
มาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือน “หรือเศษของเดือน” ของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ แปลว่าเลยกำหนดมาวันเดียวก็นับเป็นหนึ่งเดือนเต็ม และเงินเพิ่มนี้กฎหมายถือเป็นเงินภาษี ส่วนมาตรา 35/3 กำหนดว่าถ้าค้างชำระภาษีประจำปี ติดต่อกันครบสามปี การจดทะเบียนรถเป็นอันระงับไป ต้องคืนแผ่นป้ายทะเบียนและจดทะเบียนใหม่ ระหว่างนั้นภาระภาษีหลังปีที่สามระงับไป แต่ภาษีที่ค้างอยู่เดิมยังต้องชำระให้ครบ
มาตรา 29 (1) ให้ลดหย่อนเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน (รย.1) ที่จดทะเบียนมาแล้วห้าปี นับแต่ปีที่จดทะเบียนครั้งแรก โดยลดในปีต่อ ๆ ไปคือ ปีที่หกร้อยละสิบ ปีที่เจ็ดร้อยละยี่สิบ ปีที่แปดร้อยละสามสิบ ปีที่เก้าร้อยละสี่สิบ ปีที่สิบและปีต่อ ๆ ไปร้อยละห้าสิบ รถตู้ (รย.2) รถบรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) และรถจักรยานยนต์ไม่ได้ส่วนลดตามอายุนี้ เครื่องมือจึงซ่อนช่องปีจดทะเบียนเมื่อคุณเลือกประเภทอื่น
บัญชีอัตราภาษีประจำปี (11) กำหนดว่ารถไฟฟ้าที่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ให้คิดภาษีตามน้ำหนักรถด้วยอัตราของบัญชี (2) ไม่ใช่ตามซีซี ส่วนรถไฟฟ้าประเภทอื่นเก็บกึ่งหนึ่ง ของอัตราปกติ นอกจากนี้ยังมีพระราชกฤษฎีกาลดภาษีรถไฟฟ้าอีกร้อยละแปดสิบเป็นเวลาหนึ่งปี นับแต่วันจดทะเบียน เฉพาะรถที่จดทะเบียนระหว่าง 1 ต.ค. 2565 ถึง 30 ก.ย. 2568 จึงทำเป็นช่องให้ติ๊กเอง ไม่คิดให้อัตโนมัติ และตัวเลขที่ได้ยังไม่ใช่ยอดที่จ่ายจริงที่เคาน์เตอร์ เพราะยังต้องจ่ายค่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและค่าตรวจสภาพรถแยกอีกต่างหาก