ค่าโอทีวันธรรมดา วันหยุด และวันหยุดที่ทำเกินเวลา — ใช้ตัวหาร 30 ตามมาตรา 68
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต · เก็บประวัติงานของคุณให้อัตโนมัติ
boltสมัครฟรี — ใช้ได้ทันทีมาตรา 68 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เขียนไว้ตรง ๆ ว่าลูกจ้างรายเดือนให้เอา ค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของ 30 กับจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย ตัวเลข 30 คือตัวเลขที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่จำนวนวันที่มาทำงานจริงของเดือนนั้น เช่น เงินเดือน 30,000 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง จะได้ 30,000 ÷ (30 × 8) = 125 บาทต่อชั่วโมง ถ้าไปหารด้วย 22 วันจะได้ 170.45 บาท และหารด้วย 26 วันจะได้ 144.23 บาท ซึ่งสูงเกินจริง 15–36% ตัวเลขที่เกินจริงแบบนี้พอเอาไปคุยกับฝ่ายบุคคลแล้วถูกทักท้วง จะเสียน้ำหนักทั้งเรื่องทันที
ขึ้นอยู่กับว่าวันหยุดวันนั้นคุณได้ค่าจ้างอยู่แล้วหรือไม่ ลูกจ้างรายเดือนได้ค่าจ้างของวันหยุด รวมอยู่ในเงินเดือนแล้ว มาตรา 62 (1) จึงให้เพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง ส่วนลูกจ้างรายวันที่วันหยุดไม่ได้ค่าจ้าง มาตรา 62 (2) ให้ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ซึ่งได้รวมค่าจ้างของวันนั้นไว้แล้ว และถ้าวันหยุดนั้นทำเกินเวลาทำงานปกติออกไปอีก ชั่วโมงส่วนที่เกินคิดตามมาตรา 63 ในอัตราไม่น้อยกว่า 3 เท่า ต้องแยกกรอกคนละช่องกัน เพราะสองส่วนนี้คนละอัตราและคนละมาตรา
เพราะมาตรา 65 ระบุลักษณะงานที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลา ในวันหยุดตามมาตรา 63 ไว้หลายข้อ เช่น ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างในเรื่อง การจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง งานเร่ขายที่นายจ้างจ่ายค่านายหน้าให้ และงานอยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้าที่ปกติ ถ้าเครื่องคำนวณเด้งเลข 1.5 เท่าให้ทุกคนโดยไม่ถามก่อน ผู้ที่เข้าข่ายจะถือตัวเลขผิดไปคุยกับฝ่ายบุคคล เครื่องมือนี้จึงถามก่อนเสมอ และถ้าเข้าข่ายจะแสดงค่าล่วงเวลาเป็น 0 บาทพร้อมบอกว่า ส่วนของ “ค่าตอบแทนเป็นเงิน” ตามมาตรา 65 และมาตรา 66 ต้องไปตรวจกับตัวบทและเจ้าหน้าที่
กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2541) ที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดว่าชั่วโมง ทำงานล่วงเวลารวมกับชั่วโมงทำงานในวันหยุดต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เครื่องมือนี้ จึงให้กรอกชั่วโมงเป็นรายสัปดาห์และขึ้นคำเตือนติดกับตัวเลขทันทีเมื่อเกินเพดาน แต่ยังคำนวณเงินให้ตามชั่วโมงที่ทำจริง เพราะชั่วโมงที่ทำไปแล้วก็ต้องได้ค่าจ้าง ถ้านายจ้างให้ทำเกินเพดานหรือจ่ายไม่ครบตามที่คำนวณได้ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1546 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือยื่นคำร้อง (แบบ คร.7) ที่สำนักงานสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย