กรอกข้อมูลร้าน ได้เอกสารนโยบายความเป็นส่วนตัวภาษาไทยครบตามมาตรา 23 — ทำในเครื่องคุณเอง
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต · เก็บประวัติงานของคุณให้อัตโนมัติ
boltสมัครฟรี — ใช้ได้ทันทีตัวสร้าง privacy policy ของเว็บต่างชาติเขียนตาม GDPR ของยุโรปหรือ CCPA ของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอ้างมาตราคนละฉบับกับกฎหมายไทย เอามาแปะบนเว็บไทยแล้วยังขาดสิ่งที่กฎหมายไทยบังคับ เครื่องมือนี้เดินตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทีละข้อ คือวัตถุประสงค์ · กรณีที่ต้องให้ข้อมูลตามกฎหมายหรือสัญญาและผลกระทบถ้าไม่ให้ · ข้อมูลที่เก็บและระยะเวลาเก็บ · ประเภทบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเปิดเผยให้ · ข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลและวิธีติดต่อ · และสิทธิของเจ้าของข้อมูล แต่เอกสารที่ได้เป็นแบบร่างตั้งต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ต้องแก้ให้ตรงกับสิ่งที่กิจการทำจริงและควรให้ผู้รู้กฎหมายตรวจก่อนประกาศใช้
ไม่ครอบคลุม เนื้อหาออกแบบมาสำหรับกรณีทั่วไปของเว็บไซต์และร้านค้าออนไลน์เท่านั้น และไม่ครอบคลุมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา เชื้อชาติ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพอย่างลายนิ้วมือหรือใบหน้า ซึ่งกฎหมายกำหนดเงื่อนไขเข้มกว่าและมีโทษปรับทางปกครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คลินิก โรงพยาบาล สถานเสริมความงาม โรงเรียน และธุรกิจที่สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจัดทำเอกสารให้โดยเฉพาะ
เราไม่ได้สร้างไฟล์ PDF ให้โดยตรง เพราะการฝังฟอนต์ไทยลง PDF ฝั่งเบราว์เซอร์ ทำให้สระและวรรณยุกต์เพี้ยนได้ง่าย เราจึงให้ผลลัพธ์เป็นข้อความสำหรับคัดลอก ไฟล์ .html สำหรับนำไปวางบนเว็บไซต์ และปุ่มสั่งพิมพ์ที่พิมพ์เฉพาะตัวเอกสาร ถ้าต้องการ PDF ให้เลือกปลายทางเป็น “บันทึกเป็น PDF” ในหน้าต่างพิมพ์ของเบราว์เซอร์ จะได้ฟอนต์ไทยที่ถูกต้องจากเครื่องคุณเอง ส่วนข้อมูลที่กรอกทั้งหมด ทั้งชื่อกิจการ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทร ประกอบเป็นเอกสารด้วยจาวาสคริปต์ในเบราว์เซอร์คุณ ไม่มีการอัปโหลด ไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์เรา ปิดหน้าเว็บเมื่อไหร่ก็หายไปพร้อมกัน
การมีเอกสารอย่างเดียวไม่พอ ต้องประกาศไว้ในที่ที่ลูกค้าเห็นก่อนกรอกข้อมูล เช่น ท้ายทุกหน้าเว็บไซต์และหน้าสั่งซื้อ เพราะกฎหมายให้แจ้ง “ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม” และต้องทำตามที่เขียนไว้จริง คือเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น ลบเมื่อหมดความจำเป็น มีคนอ่านอีเมลที่ใช้รับคำขอใช้สิทธิ และดำเนินการตามคำขอภายใน 30 วันตามมาตรา 30 หากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล ต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4)